Categories
หนังไทยไหม

Office Christmas Party | ปลายปีนี้ ปาร์ตี้รั่วกันให้สุด

หนังเรื่องนี้ดูเพลินกว่าที่คิดไว้ครับ คือตอนแรกก็คิดเอาไว้ว่ามันคงออกแนวฮาเลอะๆ เทอะๆ ห่ามๆ เหมือนเอา American Pie มายำกับ Horrible Bosses อะไรเทือกนั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันก็ประมาณ นั้นน่ะครับ ก็แค่มันไม่เลอะเทอะจนเกินไป

แครอล (Jennifer Aniston) CEO บริษัทแวะมาตรวจงาน ณ สาขาที่เคลย์ (T.J. Miller) น้องชายของคุณดูแลอยู่ ซึ่งคุณก็สวมวิญญาณนางมารตัวแม่มาแจ้งข่าวร้ายหลายข่าวให้เคลย์ต้องลำบากใจ

เช่น เคลย์ต้องเลย์ออฟพนักงานออกไปเกือบครึ่ง (ทั้งที่เขารักพนักงานเหมือนครอบครัว) และยังต้องงดจัดงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่คนทั้งบริษัทกำลังรอคอยอีก ซึ่งเคลย์ก็ได้แต่ก้มหน้ารับคำไป

แต่ก็คงพอเดาได้น่ะนะครับว่าเคลย์ไม่ยอมง่ายๆ เขายังยืนกรานที่จะแอบจัดงานปาร์ตี้ (โดยไม่ให้พี่รู้) และกะจะใช้งานที่ว่าเป็นที่ทางในการพูดจาธุรกิจเพื่อให้ให้ได้โปรเจคท์ใหม่มาต่อชีวิตสาขาของเขาด้วย

ทว่างานปาร์ตี้หนนี้กลับเต็มไปด้วยเรื่องวุ่นจนเกินควบคุม จนไปๆ มาๆ อย่าว่าแต่พนักงานเลยครับ แม้แต่เก้าอี้ตำแหน่งของเคลย์เองยังอาจต้องสะเทือน และมหัตภัยที่เคลย์คาดไม่ถึงคือ พี่สาวของเขามีเหตุให้แวะกลับมาที่บริษัทอีกหนด้วยนี่สิ!

หนังออกมาฮาแบบเมามันส์อยู่ครับ โอเค มันไม่ใช่หนังตลกที่ใสสะอาดนัก เพราะมันมีมุกฮาใต้สะดืออยู่เยอะ พวกนมต้มนี่หกเรี่ยราดเต็มไปหมด (คู่ควรกับเรต R ที่ได้ไปครับ) ดังนั้นใครไม่ชอบมุกห่ามหรือหื่นก็ขอให้ประเมินก่อนดูครับ ถ้าไม่ชอบแนวนี้จะผ่านไปเลยก็ได้ ไม่ว่ากัน

ส่วนผมดูแล้วรู้สึกเพลินดีครับ มันสนุก ฮา ให้ความหรรษาได้อย่างดี คือมันอาจจะไม่ได้ฮาแตกแบบโคตรๆ น่ะนะครับ แต่มันสนุก มันสร้างรอยยิ้ม และที่สำคัญคือผมชอบที่หนังมันไม่เลอะเทอะจนเกินงาม มันยังพอมีใจความสำคัญแก่นเรื่องให้เราติดตามอยู่บ้าง

อย่างใจความสำคัญหลักจริงๆ ก็คือความพยายามของเคลย์และจอช (Jason Bateman) ที่พยายามจะรักษาที่ทำงานของพวกเขาไว้ให้ได้ ซึ่งผมชอบที่หนังไม่หลุดจากข้อความสำคัญนี้ครับ แม้จะมีช่วงฮานอกลู่อยู่บ้าง แต่ยังไงหนังก็จะกลับมาย้ำเส้นเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ

แล้วหนังก็จะมีพล็อตรองอย่างเรื่องของหัวใจระหว่างพนักงานด้วยกัน กับเรื่องระหว่างแครอลกับเคลย์ที่ไม่เคยจะลงรอยกัน แม้พล้อตจะไม่ได้ลึกซึ้งอะไรอย่างมาก แต่ก็ได้รับการนำเสนอในระดับพอเหมาะ ให้คนดูความคิดว่ามีหนังมันพอมีข้อความสำคัญ ไม่ได้เน้นฮาอย่างเดียวจนไร้ทิศทาง

ดาราในเรื่องก็คัดสายฮาหน้าตายมาแน่นจอครับ ไม่ว่าจะ Bateman, Miller, Aniston และอีกคนที่ฮาได้เรื่อยๆ คือ Kate McKinnon ที่เจ๊แกบทจะนิ่งก็นิ่ง แต่บทจะรั่วก็รัวไม่ยั้งเชียว ในขณะที่ Munn ก็ให้เสน่ห์ประจำตัวคุณได้อย่างพอเหมาะครับ (โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าคุณเป็นตัวละครที่มีสติสูงสุดในหมู่นี้แล้วล่ะ 555)

แปลกดีนะครับ ที่ในที่สุดผมก็เจอหนังคริสต์มาสที่พอจะพูดได้ว่า “สนุกจนน่านำมาดูซ้ำอีกสักรอบ” หลังจาก Collateral Beauty ที่จริงๆ มันมีสาระเยอะ แต่การเล่าที่ไม่ตรงเป้าทำให้ทิศทางของหนังเป๋ไปมา ในขณะที่เรื่องนี้ (ซึ่งมีฉากหลังเป็นวันคริสต์มาสเหมือนกัน) แม้จะไม่ได้มีใจความสำคัญลึกซึ้ง แต่การเล่าเรื่องแบบคงมั่นในทิศทางของตน ก็ทำให้ผลลัพธ์ของหนังออกมาน่าพอใจได้

อันนี้ไม่ได้เทียบว่าเรื่องไหนดียิ่งกว่ากันนะครับ เพียงอยากบอกว่า หนังสักเรื่อง แม้จะไม่เข้มข้นหรือเปี่ยมสาระก็เถอะ แต่หากไม่หลงทิศ ไม่ลืมทาง มันก็ยังให้ความอร่อยแก่ผู้ชมได้

และสำหรับเรื่องนี้ ดูสนุก เพลิน และตอนจบยังมอบความรู้สึก Feel Good ให้ผู้ชมได้อย่างคาดไม่ถึงด้วย