Categories
หนังไทยไหม

เรื่องย่อสัญญาแค้นแสนรัก

วงแหวน สาวโอเปอร์เรเตอร์ที่กำลังจะแต่งงานกับ เชิดชัย แฟนชายหนุ่มที่คบหาดูใจกันได้ไม่กี่เดือน เชิดชัยได้แสดงความกล้าหาญช่วยชีวิตวงแหวนจากโจรที่มาดักจี้ วงแหวนประทับใจมากโดยไม่รู้เลยว่าเชิดชัยเป็นนักต้มตุ๋น และทั้งหมดเป็นแผนของเชิดชัยที่หลอกให้ผู้หญิงตายใจมานักต่อนัก เชิดชัยรับรักและขอวงแหวนแต่งงาน วงแหวนรับปากด้วยคุณความดีใจสุดขีด วงแหวนเองก็พ่อกับแม่บังคับให้แต่งงานกับ สนธยา ลูกชายคนเดียวของ กำนันสุข ผู้ทรงอิทธิพลแถวบ้าน

เชิดชัยอ้างว่ากลัวพ่อแม่ของวงแหวนที่ดูถูกที่เขาจน จึงต้องการที่จะจัดงานแต่งงานยิ่งใหญ่และขอให้วงแหวนช่วยสร้างภาพ ด้วยการหาเงินมาสำรองจ่ายค่างานแต่งงานและสินสอดไปก่อน วงแหวนหลงกลยอมโทร.ทางไกลไปหลอก วงศ์ ผู้เป็นพ่อว่าต้องการยืมเงิน 2 แสนไปลงทุนทำธุรกิจขายตรงกับเพื่อให้น วงศ์ส่งเงินมาให้วงแหวนตั้งมั่นว่าจะคืนเงินสินสอดให้พ่อหลังจบงาน และเอาเงินจากซองช่วยงานแต่งงานมาเป็นค่าจ้างบริษัทจัดงานที่เชิดชัยติดต่อมา

โดยที่วงแหวนไม่รู้เลยว่าเงินนั้นไม่ใช่เงินของวงศ์ แต่เป็นเงินค่าสินสอดที่วงศ์ได้มาจากสนธยา เจษฎา เจ้าของบริษัทสร้างรักจำกัด คือบริษัทที่เชิดชัยได้จ้างมาจัดงานให้ บังเอิญว่าฐานะทางการเงินของเจษฎากำลังแย่จึงโก่งค่าตัวและเชิดชัยก็ตกลงทุกอย่าง วงแหวนจัดงานเป็นอย่างมากใหญ่ แต่ครอบครัวของวงแหวนกลับมาร่วมงานด้วยความไม่พอใจ วงแหวนการันตีว่าเชิดชัยเป็นคนดี แต่สุดท้ายในวันงานเชิดชัยกลับหนีไปจากงาน พร้อมกับเงินสินสอดและซองเงินช่วย

วงแหวนพึ่งรู้ว่าถูกหลอก โกรธสุดขีดตัดสินใจออกจากงานไปทั้งชุดเจ้าสาวเพื่อให้ตามล่าเชิดชัย เจษฎาเป็นห่วงเกรงหนี้จะสูญจึงตามเจ้าสาวไปที่แฟลตเชิดชัย ขณะเดียวกัน รมช.เดช รมช.กระทรแวดวงท่องเที่ยวพร้อมวงศาคณาพี่น้องกำลังรอคอยการมาของเจษฎาแฟนชายหนุ่มที่ พิชชา นางแบบสาวสวยบุตรสาวคนเดียวของตระกูลต้องการจะแต่งงานด้วย เดชไม่ชอบเจษฎาแต่ขัดบุตรสาวไม่ได้ จึงให้โอกาสให้พิชชาพาเจษฎามาเปิดตัวกับพี่น้องมิตรเป็นนัดแรกในงานรวมพี่น้องคราวนี้

Categories
หนังไทยไหม

แววมยุรา 10

ทางด้านของจักรในคราบของสยุมภูว์ อยู่ข้างในห้องบัญชาการในร้านต้นไม้กับน้าเพิ่ม หรือเพิ่มพงษ์ ทั้งสองขำสะใจที่ได้แกล้งทดสอบ แต่ก็ต้องช็อคที่แมสเซนเจอร์มาส่งของจากคุณนิติธร เปิดมา
เป็นไอศกรีมรสหูฉลามจริงๆ มีเส้นหูฉลามแทรกในเนื้อไอศกรีม แถมอร่อยอีกต่างหาก สยุมภูว์เลยสั่งแววผ่านคอมพิวเตอร์อีกว่ามื้อค่ำนี้เขาอยากกินข้าวผัด แววยิ้ม แต่นึกได้ก็เอะใจว่ามาไม้ไหนอีกถามไปว่าข้าวผัดอะไร ข้าวผัดปู ข้าวผัดหมู หรือข้าวผัดอเมริกัน สยุมภูว์ตอบกลับมาว่า เอาข้าวผัดไนจีเรีย เดือดร้อนแววต้องพึ่งเอกรินทร์อีกที

คืนนั้น แววกลับบ้านอย่างเหน็ดเหนื่อยหมดสภาพ จักรแกล้งถามว่างานใหม่เป็นยังไง แววเลยเม้าธ์ด่าสยุมภูว์ให้จักรฟัง เพราะไม่รู้ว่าสองคนนี้คือคนเดียวกัน แววบ่นอยากเห็นหน้าสยุมภูว์มากๆ เพราะมั่นใจว่าต้องโรคจิต หรือเปล่าก็เพี้ยนแน่ๆ จักรสะดุ้งโหยง รีบแก้ให้ว่า มหาเศรษฐีคงเป็นอย่างนี้
ไม่เหมือนคนจนๆ อย่างตน ที่กินอยู่แบบธรรมดาๆ อะไรก็ได้

ขณะที่นิติภูมิที่ตกหลุมรักแววตั้งแต่งานแฟชั่นโชว์ประมูลเครื่องเพชรและรู้ว่าแววมาเป็นเลขาของสยุมภูว์ ก็เริ่มทำตัวสนิทสนมถึงขนาดตามแววมาที่บ้าน แววแนะนำให้นิติภูมิรู้จักกับจักรในฐานะเพื่อให้นบ้าน โดยที่นิติภูมิไม่รู้ว่าจักรคือสยุมภูว์ที่เขากำลังตามหา สยุมภูว์คิดว่านิติภูมิพยายามทำตัวสนิทสนมกับแววจึงคิดแผนจะให้แววอยู่ห่างๆจากนิติภูมิไว้และอยากให้แววมีเวลาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอย่างแท้จริง (ทั้งการวาดภาพและการดูแลต้นไม้) ที่ไร่ทศพล จ.จังหวัดเชียงใหม่เพราะตรงนั้นคือจุดเริ่มของทศพลกรุ้ป สยุมภูว์ต้องการให้ทศพลกรุ้ปเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของแวว

จักรจึงติดต่อแววอีกทีในฐานะสยุมภูว์เพื่อให้ถามว่าแววยังอยากเป็นเลขาของเขาต่อไปหรือเปล่า แววตกปากรับคำ สยุมภูว์จึงบอกให้แววขึ้นไปทำงานที่ไร่ แววลังเลเพราะกลัวว่าไม่มีใครดูแลแม่และวัณที่อาจจะถูกคำรพล่อลวงไปเป็นเมียน้อย แต่มาลตีก็ทำให้แววมั่นใจว่าสามารถดูแลวัณได้ แววจึงตัดสินใจไปจังหวัดเชียงใหม่

ที่ไร่ทศพล สยุมภูว์คิดแผนให้ นำพล () ผู้จัดการไร่สวมรอยเป็นสยุมภูว์และนัดแนะให้คนงานเข้าใจตรงกัน แววมีเพื่อให้นสนิทต่างวัยคนใหม่คือ ตงตง เด็กชายวัยแปดขวบ (ลูกชายของ หลินคนงานในไร่สยุมภูว์) ที่เกือบทำให้ความลับแตกว่านำพลไม่ใช่สยุมภูว์ตัวจริง แต่นำพลก็ทำให้แววเลิกสงสัยและยิ่งเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาคือสยุมภูว์

Categories
หนังไทยไหม

ข้ามสีทันดร 3

กิ่งคำถูกคำยุยงของรื่นเริงว่าชีวาตม์อาจมีใจให้ยุพรา ทำให้คุณเริ่มระแวงในตัวเขา ชีวาตม์อดคิดไม่ได้ว่าชีวิตคู่ของเขาจะไปรอดไหม ตั้งแต่พ่อตาตายไปและแม่ยายย้ายมาอยู่ในบ้าน ความสุขในชีวิตคู่ของเขาก็หายไป

          วันรุ่งขึ้นเดือนสิบนำของฝากไปให้ ม.ล.ยี่สุ่น และบุญหยาด ทั้งคู่ไม่สนใจของของคุณเลย เงินยวง น้องสาวของลำธาร อดสงสารไม่ได้ ลำธารดีใจที่ได้พบคุณ แต่พอถามเรื่องที่ไม่รับสาย เขาก็ใส่อารมณ์กับคุณทันที ทำให้คุณจิตตกและอดน้อยใจไม่ได้ ที่ลำธารไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าสร้อยข้อมือที่เขาให้คุณหายไปไหน

          เที่ยงวันติดต่อเดือนสิบไม่ได้ จึงบุกไปหาที่บ้านโดยอ้างว่าจะมาดูอาการดวล ดำเกิงกีดกัน บอกว่าเที่ยงวันจะยิ่งพาให้ดวลดำดิ่งลงไปในวงจรของยานรก เที่ยงวันเสียใจ ดวลได้ยินก็อาละวาดใส่พ่อว่าเป็นคนทำให้ทุกอย่างในชีวิตเขาพัง ดำเกิงลงมือรังแกลูกเมีย ทำให้เที่ยงวันยิ่งสงสารเดือนสิบ เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้ายที่สุดในโลก แต่ชีวิตเดือนสิบโหดร้ายกว่าเขาหลายเท่า คุณมีแม่ที่อ่อนแอ แต่แม่ของเขานั้นเข้มแข็งและอยู่ใกล้เคียงเขาเสมอ พ่อของคุณใจร้ายและลงไม้ลงมือ แต่พ่อเขาใจเย็น เมื่อคิดได้ เขาจึงอยากเริ่มทำอะไรจริงจังเสียที สวาทวิมลดีใจ ทูลบอกว่าต้องขอบคุณเดือนสิบที่ทำให้ลูกคิดได้

          คืนนั้นสกาวทนเห็นลูกชายเสี้ยนยาไม่ไหว จึงแกล้งลืมล็อกห้องและปลดกุญแจโซ่ที่ล่ามเท้าไว้ คุณจงใจวางนาฬิการาคาสูงที่สามีซื้อให้เป็นของขวัญไว้ที่โต๊ะข้างเตียงลูก เมื่อดวลตื่นมาจะเข้าห้องน้ำพบว่าโซ่ไม่ได้ล็อกจึงฉวยโอกาสหนีไป พร้อมกับเอานาฬิกาของแม่ไปด้วย สกาวแอบดูลูกชายของตนออกจากบ้านไปด้วยความเจ็บปวด

          เดือนสิบได้รับช่อดอกไม้พร้อมโน้ตว่าจะมารับไปกินข้าวกลางวัน คุณดีใจคิดว่าเป็นลำธาร แต่กลับเป็นก้านวงศ์ คุณบ่ายเบี่ยงบอกว่ามีนัดแล้ว เที่ยงวันมาหาพอดีจึงรับสมอ้างคุณไป ก้านวงศ์เจ็บใจและอาฆาตเที่ยงวัน เดือนสิบออกมา กินข้าวกับเที่ยงวัน แต่ใจลอยนึกถึงลำธารจนเที่ยงวันนึกหงุดหงิด เขาถามว่าคุณไม่รู้จริง ๆ หรือว่าเขาคิดกับคุณยังไง เมื่อเขามาส่งคุณที่ออฟฟิศก็เจอก้านวงศ์ที่ยังรออยู่ และลำธารก็มาหาคุณเช่นกัน ลำธารรู้สึกหวงก้างขึ้นมาทันที ที่มีคนเผ่านาวอแวกับเดือนสิบ ระหว่างทางกลับบ้าน คุณพยายามอธิบายให้ลำธารฟัง แต่เขาเอาแต่ฉุนเฉียว เมื่อถึงบ้าน คุณเห็นพ่อกำลังคาดคั้นแม่เรื่องที่ดวลหายไปและเรื่องนาฬิกาที่ซื้อให้เป็นของขวัญครบรอบแต่งงาน ดำเกิงเดาได้ว่าสกาวคงให้ดวลเอาไปซื้อยา ทำให้โกรธหนักเข้าไปอีก ถ้าคุณไม่เผ่านา แม่คงโดนบีบคอตายไปแล้ว คุณเตือนแม่ว่าถ้ายิ่งใจอ่อน ก็เท่ากับส่งให้ดวลไปตายเร็วขึ้น สกาวบอกว่าวันไหนเดือนสิบได้เป็นแม่คนคุณก็จะเข้าใจ

Categories
หนังไทยไหม

ปาฏิหาริย์รักแม่โพสพ 4

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ภาคภูมิก็หันมาจริงจังกับการทำเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมี ภาคภูมิไปปรึกษาพ่อผู้ใหญ่เรื่องการทำยาฆ่าแมลงแบบใช้สมุนไพร แต่เมื่อถึงบ้านพ่อผู้ใหญ่ ภาคภูมิก็ได้พบกับเทพธิดาขวัญข้าวในร่างของมนุษย์ และต้องยิ่งงงไปมากกว่านั้น เมื่อเทพธิดาขวัญข้าวได้เปลี่ยนเป็นบุตรสาวคนโตของพ่อผู้ใหญ่ ชื่อว่าข้าวสวย ไปเสียแล้ว!!

เทพธิดาขวัญข้าวบอกว่าตนใส่ความทรงจำให้คนในหมู่บ้านใหม่ และบอกว่าตนชื่อข้าวสวย ภาคภูมิกระดากปากเรียกข้าวสวยไม่ลง จึงเรียก ‘ข้าวต้ม’แทนข้าวสวยเพราะธิดาขวัญข้าวต้มคนทั้งหมู่บ้าน

ธิดาขวัญข้าวบอกว่าตนจะมาช่วยภาคภูมิทำนา!! ภาคภูมิเหวอตั้งรับไม่ทันที่ผีจะมาเปลี่ยนเป็นคนได้ยังไง! ธิดาขวัญข้าวโชว์สร้อยคอรูปข้าวของตนให้ภาคภูมิดู บอกว่าเมล็ดข้าวจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ตอนนี้ข้าวเป็นสีดำ ถ้าภารกิจเสร็จเมื่อไหร่ข้าวนี้จะเปลี่ยนเป็นสีขาว!

ภาคภูมิคิดแผนการทำนา แต่ก็เจออุปสรรคอย่างมาก ทั้งไม่มีเงินซื้อเมล็ดพันธุ์ เป็นหนี้ อุปกรณ์ก็โยนทิ้งไปหมดแล้ว แถมควายก็มาป่วยอีก ภาคภูมิจึงต้องเอาตัวรอดโดยการปลูกผักปลูกหญ้า เก็บไข่ไปขาย โชคดีที่เพื่อให้นในหมู่บ้านช่วยเหลือ เอาผักผลไม้ในสวนของตนมาแบ่งภาคภูมิ ให้ยืมควาย แถมยังชวนไปขูดเลขเด็ดขอหวยเพื่อให้รวยทางลัด ภาคภูมิซึ้งใจราษฎร และได้เรียนรู้คำว่าเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ว่ามันยังมีอยู่ในยุคทุนนิยมเช่นนี้

ภาคภูมิคิดค้นสมุนไพรตัวใหม่ลองผิดลองถูก โดยมีข้าวสวย หรือเทพธิดาขวัญข้าวคอยช่วย ภาคภูมิคิดค้นอุปกรณ์ต่างๆในการทำนา ฯลฯ จากภาคภูมิซีอีโอสุดเนี้ยบ ก็เริ่มแปลงเป็นภาคภูมิที่มีจิตวิญญาณความเป็นชาวนาเพิ่มขึ้นทุกที จากวันแรกที่ใส่หมวกขนาดใหญ่ กลัวแดด กลัวดิน แต่งหล่อ แบบจัดเต็ม ตอนนี้ภาคภูไม่ได้ละทิ้งทุกสิ่งและกลายสภาพเป็นชาวนาเต็มตัวแล้ว

ทางด้านธิดาขวัญข้าวที่มาเป็นมนุษย์ ก็พยายามปลูกฝังให้ทุกคนรู้คุณค่าของข้าว โดยเฉพาะกับเด็กๆแก่นกะโหลกทั้งหลายในหมู่บ้านที่ชอบกินทิ้งกินขว้าง ข้าวสวยจัดการปราบเด็กๆให้รู้คุณข้าว แต่เด็กแสบก็ไม่สำนึก ขวัญข้าวเลยใช้มนต์วิเศษที่ใช้ได้แค่วันพระ ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง สั่งสอนเด็กๆ จนทุกคนหมอบศิโรราบให้ข้าวสวยเป็นหัวหน้าแก๊งค์

ในขณะเดียวกัน….ความรู้สึกดีของทั้งภาคภูมิและข้าวสวยก็ก่อตัวขึ้นจากคู่กัด กลายมาเป็นเพื่อให้นคู่คิดที่ต้องคอยช่วยเหลือกัน ทว่าเส้นทางความรักของทั้งสองก็ไม่ราบรื่นซะทีเดียว เพราะต้องเจอหนูนามาสกัดดาวรุ่ง เป็นมารขวางคอ เรียกร้องความสนใจจากภาคภูมิเป็นระยะๆ

Categories
หนังไทยไหม

เลือดรักทระนง 4

กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายทดโกงเงินในบัญชีบริษัทและยังคิดแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ ด้วยเหตุว่าคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะผู้สืบสกุล ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี คุณบอกว่าต่อให้พุดกรองตีคุณให้ตายไปต่อหน้า คุณก็จะไม่ยอมให้พุดกรองรังแกและโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปตลอดตัว สร้องสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องว่าสร้อยสนต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก

เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาตใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความเกี่ยวพันกับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเผ่านาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด คุณจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของคุณกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อให้นแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้ว

และเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว คุณจึงคิดคิดแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทดและละมุด คุณพระถูกวางยาจะร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ คุณตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหารและกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ คุณพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ

รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสน ร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรองและทด ที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อให้จะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมบอกว่า ให้รามแต่งงานกับบุตรสาวของพุดกรองจนมีผู้สืบสกุล ถึงจะมีสิทธิในสมบัติคนล่ะครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงคนเดียว

Categories
หนังไทยไหม

สาปดอกสร้อย 7

ประชาชนจับดอกสร้อยมัดไว้กลางลาน เอื้องคำยุให้ราษฎรเผาดอกสร้อยทั้งเป็น ราษฎรจึงช่วยกันสุมไฟเผาร่างดอกสร้อย ในขณะที่ขุนพิศณุแสนและนายดำบุกไปที่คุมขังจะฆ่าขุนฤทธิไกร นายเปรื่องบอกให้ผู้ใหญ่สักจับขุนพิศณุแสน แต่ผู้ใหญ่สักกลับรังควานนายเปรื่องและขุนฤทธิไกร ทั้งสองจึงรู้ความจริงว่าผู้ใหญ่สักเป็นคนฆ่าพ่อของขุนฤทธิไกร และออกปล้นราษฎร ผู้ใหญ่สักจะฆ่าขุนฤทธิไกรปิดปาก ดอกสร้อยซึ่งมีพลังของผีกะในตัวดิ้นออกจากกองไฟมาช่วยขุนฤทธิไกร..ฆ่าผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสน,นายดำตาย! ประชาชนต่างหวาดกลัวที่ดอกสร้อยเป็นกึ่งผีกึ่งคน…พรานเวทย์เอาตะกรุดทองเหลืองคล้องคอดอกสร้อย…ผีกะหลุดออกจากร่าง…ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยไปรักษาในเมือง แต่ดอกสร้อยไม่กล้าสู้หน้าใครและกลัวผีกะจะรังควานขุนฤทธิไกรอีก…จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่า!!

นางฟองจันทร์กลัวผีกะฆ่า.. สั่งให้ชาวคณะหนีไปจากหมู่บ้าน คำป้อนไม่ยอมทำตามคำสั่งเมีย….เพราะเป็นห่วงดอกสร้อย…..บรรดาชาวคณะก็ช่วยคำป้อนออกตามหาดอกสร้อย ฟองจันทร์ไม่พอใจประกาศแยกทางกับคำป้อน ขโมยเงินทั้งหมดของคำป้อนหนีไป!!

ขุนฤทธิไกรพบดอกสร้อยซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหลังม่านน้ำตก… ดอกสร้อยเอาโซ่มาล่ามขาตัวเองไว้ .. ไม่อยากออกไปฆ่าคน..ขุนฤทธิไกรใช้ดาบฟันโซ่จนขาด…จะพาดอกสร้อยไปให้พรานเวทย์รักษา…เอื้องคำสั่งให้ขุนฤทธิไกรฆ่าดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรไม่ยอมทำ เอื้องคำกระชากสร้อยตะกรุดของพรานเวทย์ทำลายทิ้ง..ผีกะจึงเข้าสิงดอกสร้อยออกอาละวาดใหญ่ เอื้องคำขวัญเสียหวีดร้องลั่นป่าเปลี่ยนเป็นคนบ้าร้องเพ้อเรียกผีกะฟองจันทร์เจอผีกะฆ่า..กลัวรนรานวิ่งหนีตกหน้าผาตาย!! …ส่วนคำป้อนโดนผีกะกินตับไตเหมือนที่คำป้อนเคยฆ่าสัตว์ให้ผีกะกิน!!

ผีกะเล่นงานประชาชนอย่างหนัก คาถาอาคมของพรานเวทย์สู้ไม่ได้ มีทางออกทางเดียวที่จะปราบผีกะได้คือใช้วิญญาณที่แกร่งกล้า….ไผ่อยากช่วยดอกสร้อยเพราะหากปล่อยให้ผีกะสิงร่างดอกสร้อยผ่านคืน ดอกสร้อยจะเปลี่ยนเป็นผีกะตลอดกาล…. ไผ่ขอร้องให้พรานเวทย์ฆ่าเขา เอาวิญญาณเขาสู้กับผีกะ ดอกสร้อยขัดขวางไม่ให้ไผ่ฆ่าตัวตาย..แต่ไผ่ปลิดชีวิตตัวเองเพื่อให้ช่วยดอกสร้อย…

พรานเวทย์ทำพิธี วิญญาณของไผ่แปลงเป็นผีตายโหงที่มีพลังเข้าต่อสู้กับผีกะ จนพลังของผีกะอ่อนแรง แต่ด้วยพลังแก่กล้าของมันก็ทำลายวิญญาณไผ่ดับ ผีกะจะฆ่าพรานเวทย์ มีดหมอตกอยู่ข้าง
ขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยร้องขอให้ขุนฤทธิไกรฆ่าคุณ ขุนฤทธิไกรจำต้องคว้ามีดหมอแล้วแทงร่างดอกสร้อย วิญญาณผีกะจึงดับสลายไป พรานเวทย์และประชาชนจึงรอดพ้นจากความตาย!

ขุนฤทธิไกรเสียใจที่เป็นคนฆ่าดอกสร้อย นำร่างดอกสร้อยไปวางไว้ทุ่งดอกไม้ที่ดอกสร้อยชื่นชอบ เมื่อละอองหมอกลอยผ่านมา ร่างดอกสร้อยฟื้นขึ้นมาอีกรอบ เพราะขุนฤทธิไกรไม่ได้แทงส่วนสำคัญของร่างกาย ขุนฤทธิไกรรีบนำดอกสร้อยไปรักษาตัวจนหายดี นางแสงผูกข้อมือสู่ขอดอกสร้อยให้ขุนฤทธิไกร และขอซอมพอให้นายเปรื่อง ดอกสร้อยจึงใช้ชีวิตร่วมกับขุนฤทธิไกรอย่างสุขสบาย

โดยไม่มีใครรู้ว่า ได้มีผีกะตัวใหม่ ถือกำเนิด ณ ที่แห่งนั้น…

Categories
หนังไทยไหม

เทพธิดาป่าคอนกรีต 2

เมื่อแววดาวรู้ว่าน้องสาวสนิทกับพฤกษ์ก็เริ่มไม่พอใจ ถึงกับเอ่ยปากขอพฤกษ์จากแววเดือน ๆ เห็นแก่พี่สาวจึงตัดสินใจลาออกจากบริษัทพฤกษ์ และพยายามพาตัวออกห่างจากเขา ยุดาวดีที่สืบรู้ว่าแววเดือนเป็นน้องสาวแววดาวเลยพาลนึกรังเกียจไปด้วย คุณจึงคิดแผนเปิดทางให้ ดลฤทัย (แพร เอมเมอรี่) อดีตคนรักของพฤกษ์ที่ต้องการจะกลับมาสานสัมพันธ์ต่อ ได้มีโอกาสเผ่านาใกล้ชิดกับพฤกษ์อีกที ด้วยการรับดลฤทัยเผ่านาทำงานในบริษัท ส่วนแววดาวที่พยายามจะใช้พงษ์สิทธิ์เพื่อให้เข้าให้ถึงตัวพฤกษ์ แต่กลับทำให้พงษ์สิทธิ์รู้สึกตัวว่าเป็นได้แค่สะพาน จึงตัดใจเลิกยุ่งกับแววดาวแล้วหันไปควงกับไปรมาแทน

ยืนยงสืบจนแน่ใจว่า การตายของชัย มีครอบครัวนางเปลี่ยนอยู่เบื้องหน้า จึงตัดสินใจบอกให้แววเดือนรู้ ทั้งคู่ชวนกันไปหาแววดาวเพื่อให้จะบอกเรื่องนี้ แต่แววดาวกลับแสดงทีท่าไม่ต้อนรับ ยืนยง และแววเดือนจึงกลับมาด้วยความรู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันกอบแก้วเกิดล้มป่วย ต้องเข้าผ่าตัด แววเดือนพยายามส่งข่าวให้พี่สาวรู้ แต่ถูกอนุชากีดกัน จนไม่สามารถเข้าถึงตัวแววดาวได้ พอไปหาที่คอนโดก็ไม่ได้รับการต้อนรับอีก ความน้อยใจทำให้แววเดือนตัดสินใจไม่รับเงินที่แววดาวฝากอนุชามาให้ ขณะที่แววดาวเข้าใจว่าทางบ้านได้รับเงินไปแล้ว เพราะอนุชายักยอกเงินนั้นไว้เอง พฤกษ์รู้เรื่องกอบแก้วป่วยก็ยื่นมือเข้าช่วยจนได้รับการผ่าตัด กอบแก้วมีอาการดีขึ้น สองแม่ลูกรู้สึกขอบคุณพฤกษ์ และหวังว่าจะมีโอกาสทดแทนบุญคุณของเขา เมื่อไม่มีใคร แววดาวจึงหันไปคว้าธรรธนพเพราะคิดว่าเขาจะเป็นตัวเชื่อมให้คุณเข้าถึงพฤกษ์ได้ แต่สุดท้ายแววดาวก็เสียท่า โดนธรรธนพวางยา แถมถ่ายภาพเปลือยไว้ขู่จนคุณต้องยอมมีสัมพันธ์ด้วย

ยืนยงเห็นธรรธนพออกจากคอนโดของแววดาว ก็เป็นห่วง จึงเตือนแววดาวและต่อว่าที่คุณทำตัวเหลวแหลก แต่แววดาวไม่ฟังแถมยังด่าว่าดูถูกยืนยง ทำให้ยืนยงตัดใจจากแววดาวทันที หันมามุมานะทำงานสร้างเนื้อสร้างตัว โดยมีใยไหมเป็นตัวช่วย 3 ปีต่อมา ชีวิตแววดาวที่เคยโด่งดังสุดกำลังเริ่มเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย เมื่อวินัยในการทำงานลดลง แถมมีข่าวเสียหายจนอนุชาระอาที่ต้องคอยแก้ข่าวให้ แววเดือนที่ออกจากงานประจำมาทำงานฟรีแลนซ์ ยอมลำบากโดยไม่คิดจะรับเงินจากพี่สาว จนในที่สุดก็ได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่โชคชะตาก็พาให้ได้พบพฤกษ์อีกรอบ เมื่อบริษัทที่คุณทำงานถูกควบรวมกิจการกับบริษัทพฤกษ์ แววเดือนเลยจำต้องมาทำงานที่บริษัทพฤกษ์อีก เมื่อได้ใกล้ชิดกันความข้องเกี่ยวของทั้งคู่ก็กลับมาดีดังเดิม แม้ดลฤทัยจะพยายามพาตัวเผ่านาแทรกแต่ก็ไม่อาจทำลายความเชื่อมโยงลงได้

Categories
หนังไทยไหม

พรายพิฆาต

เรื่องราวขององค์กรอาชญากรรม “พรายดำ” ซึ่งมี วัง เฟย หลง เป็นหัวหน้าใหญ่ ทำงานผิดกฎหมายมาตลอดหลายสิบปี โดยไม่มีใครล่วงรู้ว่า วัง เฟย หลง เป็นใคร ? แม้แต่ในองค์กรพรายดำเอง เขาก็เป็นบุคคลลึกลับ ซึ่งบงการทุกอย่างผ่านทาง แจ๊สมิน ซุง สาวสวยผู้ไม่ต่างจากร่างทรงของเขา

องค์กรพรายดำมีศูนย์กลางอยู่ในเมืองไทย แต่มีเครือข่ายกระจายไปทั่วโลก เป้าหมายของ วัง เฟย หลง คือควบคุมทุกอย่างในโลกนี้โดยการเจาะเข้าSystemไอทีของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานรัฐบาล ทัพ ตำรวจ การจราจร Systemสาธารณูปโภคต่าง ๆ ฯลฯ

ที่ผ่านมา องค์กรพรายดำได้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ใหญ่ ๆ มาหลายครั้งแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงการชิมลางแค่นั้นแผนการสำคัญของ วัง เฟย หลง คือการเจาะSystemไอทีของหน่วยงานสำคัญทั่วโลกแบบเบ็ดเสร็จในคราวเดียว ซึ่งแผนนี้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว โดยการสร้างทีมแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิขึ้นมา ควบคู่ไปกับการส่งทีมฆ่าซึ่งมี ‘สี่มหากาฬ’ ประกอบด้วย เฮนรี่ ซุง , เดชา พรหมมินทร์ , เอ็ดเวิร์ด ลี และ โชติ แสงฉาน เป็นหลักในการจัดการเคลียร์เส้นทางที่มีคนคอยขัดขวาง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ คนทรยศ และอาชญากรคู่อริ

และเพื่อให้ให้เป้าหมายนี้สำเร็จโดยเร็ว วัง เฟย หลง ต้องการของสองอย่าง หนึ่งคือ อัญมณีแห่งแมนจูเรีย ซึ่งนอกจากจะสวยงามไม่เหมือนอัญมณีใดแล้ว ยังมีพลังงานมหาศาลอยู่ภายในนั้นด้วย อีกหนึ่งคือ เครื่องสร้างมนุษย์ล่องหน ซึ่ง ดอกเตอร์วิม กับ ดอกเตอร์วิทย์ กำลังร่วมกันคิดค้นอยู่แบบลับ ๆ

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อเหล่าอาชญากรพรายดำบุกเข้าไปเอา ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ มาจากธนาคารที่เก็บรักษา พ.ต.ต. เชิดวุธ รณฤทธิ์ ยอดมือปราบแห่งสำนักงานตำรวจ นำกำลังเข้าสกัด ทว่าพวกพรายดำกลับแหวกวงล้อมไปได้ แต่หลังจากหนีไปได้ไม่ทันไร พวกพรายดำก็เจอกับบุรุษลึกลับนามว่า พราน จอมภูต ที่เขามาขวางไว้ ทว่าสุดท้าย ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ ก็ถูกแย่งชิงไปอีกทีโดย ‘สี่มหากาฬ’

ความผิดพลาดคราวนี้ ทำให้เชิดวุธถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิอย่างร้ายแรง แล้วมอบหมายให้เขาจัดทีมติดตามนำอัญมณีกลับคืนมาให้ได้ เชิดวุธจึงต้องพยายามอย่างหนักในการสืบหาที่ซ่อนของพวกพรายดำ เขากับทีมของเขาบุกไปหลายที่ ปะทะกับสมุนพรายดำผู้คนจำนวนมาก แต่ก็ยังคงคว้านํ้าเหลว

ขณะเดียวกัน สนธยา เพื่อให้นสาวของเชิดวุธกำลังช่วย ดร. วิม พ่อของคุณ และ ดร. วิทย์ ผู้เป็นอา ทำการลอง ‘นํ้ายาล่องหน’ โดยหารู้ไม่ว่า การลองถูก วัง เฟย หลง เฝ้าดูผ่านทาง ‘โดรนแมลง’ วัง เฟย หลง ต้องการสิ่งประดิษฐ์นี้ เพื่อให้ต่อยอดสร้าง ‘สายลับล่องหน’ ซึ่งจะเล็ดลอดเข้าไปในองค์กรต่าง ๆ ล่วงเอาข้อมูลที่สำคัญ จากนั้นทีมแฮกเกอร์ของพรายดำก็จะเข้าไปและควบคุมSystemไอทีได้โดยง่าย

เพื่อให้ให้งานสำเร็จ สุระ เตละกิจ ถูกส่งให้มาตีสนิทกับสนธยา และดำเนินเรื่องขอทุนจาก Human Light Foundation องค์กรการกุศลซึ่งมี อำพล บวรกุล เป็นประธาน แต่เรื่องนี้กลับถึงหู พราน จอมภูต เขาจึงมาหา ดร. วิม ถึงบ้าน เพื่อให้เตือนไม่ให้รับเงินก้อนนี้

การมาของพราน สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทั้งบ้าน รวมทั้งเชิดวุธด้วย ระหว่างไต่สวน เชิดวุธเห็นท่าทางมีพิรุธของ ดร. วิม แต่ก็ไม่มีใครแม้แต่สนธยายอมบอก ว่า ดร. วิม กำลังลองอะไรอยู่

ถึงอย่างนั้นสุระก็ยังเดินหน้าต่อ ด้วยการว่าจ้าง ศรศิลป์ สรชัย นักเลงปลายแถวมาเล่นบทผู้ร้าย เพื่อให้สร้างความประทับใจให้แก่สนธยา แต่แทนที่ทุกอย่างจะเป็นตามแผน ศรศิลป์กลับเล่นนอกบท ชกสุระซึ่งตามบทต้องเป็นฮีโร่จนสลบ ก่อนที่จะบอกความจริงแก่สนธยา ว่าสุระเป็นพวกพรายดำ

การเล่นนอกบทของศรศิลป์ สร้างความขุ่นเคืองให้ เฮียหงวน ผู้เป็นเสมือน ‘พ่อบ้าน’ ขององค์กรพรายดำ ศรศิลป์ถูกลากตัวไปไต่สวน แต่เขาก็ใช่ทั้งคารมและลีลาหลอกให้ทุกคนเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ ‘ผิดคิว’ ไปหน่อยแค่นั้นมีเพียงแจ๊สมินเท่านั้นที่มองออก ว่าศรศิลป์ตบตาทุกคน โดยทำเป็นอ่อนเชิงสู้ใครไม่ได้

แจ๊สมินแกล้งปล่อยตัวศรศิลป์ไป แต่ให้ นิค บอร์ดี้การ์ดคู่ใจคอยตามดูศรศิลป์ ว่าแท้จริงเขาเป็นใครและทำงานให้ใคร แต่ศรศิลป์ก็รู้สึกตัวว่าโดนติดตาม เขาจึงไม่ปล่อยให้ ‘หลุด’ อะไรออกมา ยกเว้นแต่ที่ตั้งมั่นให้นิคเห็น เพื่อให้บอกต่อกับแจ๊สมิน

ที่จริงศรศิลป์มีปมในอดีต ความแค้นที่ต้องการสะสางกับ วัง เฟย หลง และองค์กรพรายดำ เขาจึงต้องการเข้าไปแฝงตัวเพื่อให้ค้นหา ว่าใครคือ วัง เฟย หลง กันแน่ และคนที่จะทำให้เขาบรรลุเป้าหมายได้ก็คือแจ๊สมิน

นอกจากเข้าไปแฝงตัวแล้ว อีกภาคหนึ่งของศรศิลป์ เขายังเป็น พราน จอมภูต ที่คอยขัดขวางการทำงานของพวกพรายดำด้วย เพราะเหตุนี้เองเขาจึงเป็นที่หมายหัวของพวกพรายดำ เช่นเดียวกับเชิดวุธที่โดนใบสั่งตายจาก วัง เฟย หลง

เชิดวุธ พราน และพรายดำ เป็นสามเหลี่ยมความเกี่ยวข้องที่ต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกัน โดยมีความปลอดภัยของทุกคนที่เกี่ยวข้องเป็นพนัน ในไม่ช้าเชิดวุธก็รู้ว่า แม้ พราน จอมภูต จะปรากฏตัวในรูปแบบอาชญากร แต่แท้จริงเขาคือพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือจัดการกับ วัง เฟย หลง และองค์กรพรายดำ ทว่าในมุมมองของ วัง เฟย หลง ทั้งตำรวจอย่างเชิดวุธ และจอมก่อกวนอย่าง พราน จอมภูต เป็นเพียงอะไรที่น่ารำคาญเท่านั้นเอง ไม่มีใครขัดขวางงานของเขาได้

หลังเหตุการณ์ที่ทำให้สุระถูกเปิดโปงว่าเป็นใคร สนธยาระวังตัวมากขึ้น จน วัง เฟย หลง มองว่าคงใช้วิธีนุ่มนวลต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจึงสั่งให้สุระไปจับ ดร.วิม ดร.วิทย์ และสนธยามา ดร.วิมถูกขู่ให้เร่งทำการลองให้สำเร็จ โดยใช้สนธยาเป็นตัวประกัน ส่วน ดร.วิทย์ ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ เพื่อให้สร้างความกลัวให้แก่ ดร.วิม

ดร. วิมต้องทำงานภายใต้การความคุมของแจ๊สมิน ซึ่งไม่เพียงจัดทำห้องลองที่บริบูรณ์แบบให้เขาแค่นั้นยังให้เขาใช้ ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ มาเป็นแหล่งพลังงานให้แก่รังสีล่องหนอีกด้วย สาเหตุที่ วัง เฟย หลง พยายามเร่งให้การสร้างมนุษย์ล่องหนสำเร็จโดยเร็ว ก็เพราะเขาตั้งมั่นจะให้คํ่าคืนของการเปลี่ยนศักราชใหม่ที่จะมาถึง ตรงเวลาประกาศศักดาของพรายดำ ในการเข้าควบคุมSystemไอทีทั่วโลก และสร้างความวุ่นวายโกลาหลให้เกิดกับทุกชีวิตบนโลก

วัง เฟย หลง ทำสิ่งนี้โดยตั้งมั่นว่า เขาจะเป็นคนที่มีอำนาจเหนือใครในโลก แต่เขาหารู้ไม่ว่า ในองค์กรพรายดำมี ‘หนอนบ่อนไส้’ ที่คิดจะล้มล้างเขาแล้วขึ้นมาเป็นใหญ่แทน คน ๆ นั้นก็คือ เฮนรี่นั่นเอง เฮนรี่ตั้งมั่นจะใช้เวลาแห่งการเปลี่ยนศักราช เป็นวาระแห่งการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เขาเฝ้ารอให้แผนการของ วัง เฟย หลง สำเร็จ จากนั้นก็ใช้ ‘สายลับล่องหน’ เข้าไปจัดการกับ วัง เฟย หลง แล้วก้าวเข้าไปเป็นหัวหน้าใหญ่แทนแบบง่ายดาย

ทางด้านเชิดวุธและ พราน จอมภูต การที่สนธยาและพ่อถูกจับตัวไป ทำให้ทั้งสองต้องพยายามอย่างที่สุดในการสืบเสาะหาทางช่วยเหลือ แต่การบุกเข้าไปยังฐานลับของพวกพรายดำ ก็อันตรายถึงขั้นที่ทั้งสองแทบต้องเอาชีวิตไปทิ้ง ทว่าทั้งสองก็ไม่หวั่น มุ่งมั่นจนช่วยสนธยากับ ดร. วิม ออกมาได้

ดำเนินงานช่วยตัวประกันสร้างความสูญเสียให้แก่พรายดำไม่น้อย แต่ วัง เฟย หลง ก็ไม่ละความพยายาม เขาจับนักวิทยาศาสตร์อีกผู้คนจำนวนมากมาสานต่องานของ ดร.วิม แต่ก็ไม่มีใครทำได้สำเร็จ วัง เฟย หลง จึงไม่มีวิธีอื่น นอกจากต้องทำให้ ดร.วิม ยอมทำงานให้เขาต่อให้ได้

ระเบิดถูกจุดขึ้นกลางกรุง พร้อมคำข่มขู่ว่า ถ้า ดร. วิม ไม่ยอมปรากฏตัวออกมา จะมีระเบิดพร้อมกันอีกหลายจุด เมื่อ ดร.วิม เห็นข่าว เขาก็ไม่เห็นหนทางอื่น นอกจากต้องทำตาม เพื่อให้ไม่ให้ต้องมีใครต้องบาดเจ็บล้มตายอีก ดร.วิม กลับไปทำการลองที่ค้างไว้ต่อ โดยมีกำหนดหนึ่งเดือน ไม่อย่างนั้นจะมีการวางระเบิดอีกรอบ

เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น สร้างความเศร้าใจให้แก่ศรศิลป์มาก เขาต่อว่าแจ๊สมินที่ทำสิ่งชั่วร้ายนี้ ระหว่างนั้นเชิดวุธนำทีมตำรวจบุกมา ทั้งคู่จึงต้องร่วมกันสู้กับตำรวจ แล้วหลบหนีไปด้วยกัน แจ๊สมินถูกยิงบาดเจ็บ เช่นเดียวกับเชิดวุธที่โดนกระสุนฝังร่างไปเหมือนกัน

ศรศิลป์พาแจ๊สมินมารักษาตัว เป็นโอกาสให้ทั้งสองได้เห็นด้านที่ซ่อนอยู่ของอีกข้าง โดยเฉพาะในส่วนของแจ๊สมิน ซึ่งเล่าที่มาของตนเองให้ศรศิลป์ได้รู้ ว่าคุณกับเฮนรี่เคยเป็นเด็กจน ๆ อดมื้อกินมื้อ จน วัง เฟย หลง มาพบ แล้วส่งให้ทั้งคู่ไปฝึกงานจารกรรม วินาศกรรม และอื่น ๆ เพื่อให้มาทำงานให้กับเขา แจ๊สมินต้องฝืนใจทำงานให้ วัง เฟย หลง เพราะพ่อของคุณถูกเขาจับเป็นตัวประกัน ปรนเปรอด้วยยาเสพติดจนแปลงเป็นทาสของมัน

ความเกี่ยวพันระหว่างแจ๊สมินและศรศิลป์ รู้ถึง วัง เฟย หลง เหตุการณ์ก่อนหน้าที่ซึ่งส่อว่าศรศิลป์เป็นคนทรยศองค์กร ทำให้ วัง เฟย หลง ไม่ลังเลที่จะสั่งเฮนรี่ให้จัดการทั้งคู่ เฮนรี่จึงให้เดชานำทีมยิงถล่มบ้านพักริมสมุทรที่ทั้งสองไปซ่อนตัว ศรศิลป์ถูกจับตัวไป ส่วนแจ๊สมินก็ต้องพิสูจน์ความซื่อสัตย์ต่อองค์กรด้วยการยิงศรศิลป์ ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อศรศิลป์แอบแก้เชือกที่มัดเขาไว้ แล้วจับแจ๊สมินเป็นตัวประกัน พากันหนีออกมา

แจ๊สมินห่วงพ่อมาก ศรศิลป์กับคุณจึงพากันไปยังคฤหาสน์ที่ขังพ่อของคุณไว้ แต่การพยายามช่วยเหลือกลับต้องจบลงด้วยความเศร้า เมื่อพ่อของคุณกลับต้องตาย เพื่อให้ช่วยแจ๊สมินให้รอดชีวิตจากเฮนรี่

ในเวลาเดียวกัน การลองของ ดร.วิม ก็ประสบความสำเร็จเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ จน วัง เฟย หลง มั่นใจให้เฮนรี่นำสายลับต่างชาติมา เพื่อให้เปลี่ยนให้เขาเป็น ‘สายลับล่องหน’ การลองประสบความสำเร็จ แต่เชิดวุธรู้ที่ตั้งฐานลับจากข้อมูลที่ พราน จอมภูต ให้ จึงนำกำลังบุกเข้าไปช่วย ดร.วิมออกมา ดร.วิม ไม่ได้หนีไปตัวเปล่า แต่ยังได้ขโมย ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ ออกมาด้วย

วัง เฟย หลง แค้นใจมาก ขู่จะระเบิดเมืองให้วอด ถ้าเขาไม่ได้ ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ คืนกลับมา ระหว่างที่ทุกคนกำลังวิตกเรื่องนี้ เฮียหงวนก็บุกไปที่บ้านสนธยา แล้วจับตัวคุณมาเพื่อให้ใช้เป็นเครื่องต่อรอง แลกกับ ‘อัญมณีแห่งแมนจูเรีย’ ซึ่ง ดร. วิม นำไป แล้วมอบให้ พราน จอมภูต เป็นผู้เก็บรักษา

เชิดวุธไปพบเฮียหงวนยังจุดนัดพบ เขาร่วมกับ พราน จอมภูต และแจ๊สมิน ช่วยสนธยาออกมาจากกองระเบิด พร้อมกับยังจัดการกับเฮียหงวนและสมุนพรานดำอีกหลายท่าน

เหตุการณ์นี้ยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้แก่ วัง เฟย หลง มาก เขาสั่งให้พวกพรายดำเดินหน้าทำแผนการที่เขาวางไว้ให้สำเร็จ เที่ยงคืนของวันที่ 31 ธันวา ต่อไปยัง 1 มกรา เมื่อเสียงเค้าท์ดาวน์สิ้นสุด เขาจะเข้ายึดSystemของหน่วยงานสำคัญต่าง ๆ และสร้างความปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

วัง เฟย หลง มั่นใจมาก เพราะเวลานี้เขามี ‘สายลับล่องหน’ ที่จะช่วยให้งานของเขาง่ายขึ้นแล้ว แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ ‘สายลับล่องหน’ นี่เองที่กลับจะเป็นอาวุธย้อนมาเล่นงานตัวเขา เพราะเฮนรี่กับสายลับต่างชาติผู้นี้ ได้แอบตกลงกันอย่างลับ ๆ ที่จะจัดการกับ วัง เฟย หลง

คืนส่งท้ายปี ทุกคนเตรียมเฉลิมฉลอง เช่นเดียวกับ วัง เฟย หลง ที่รอคอยเวลาสำคัญนั้นเช่นกัน แต่แล้วก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่นาที สายลับล่องหนก็บุกเข้าไปจัดการกับทีมการ์ดของ วัง เฟย หลง จนเกลี้ยง จากนั้นเฮนรี่ก็ตามเข้าไปเพื่อให้ฆ่า วัง เฟย หลง ด้วยมือเขาเอง ทว่านี่คือกับดัก วัง เฟย หลง ไม่ได้อยู่ภายในห้องนั้น แก๊สพิษพุ่งออกมาจัดการกับเฮนรี่และสายลับล่องหน

โชคดีที่เชิดวุธบุกเผ่านาในฐานลับพรายดำ แล้วจัดการตัดไฟในอาคารทั้งหมด เพื่อให้สกัดการทำงานของพวกแฮกเกอร์ เมื่อไฟดับ Systemต่าง ๆ ก็ทำงานต่อไม่ได้ รวมทั้งSystemล็อกห้องด้วย เฮนรี่กับสายลับล่องหนหนีออกมาได้ แต่ก็ไม่รอดพ้นจาก พราน จอมภูต และแจ๊สมินที่เผ่านาขวางไว้ พรานต่อสู้กับสายลับล่องหน ขณะที่แจ๊สมินสู้กับเฮนรี่ การต่อสู้นี้สองพี่น้องต้องวัดใจกัน ซึ่งเฮนรี่ก็ไม่ลังเลที่จะปลิดชีพแจ๊สมิน ก่อนที่เขาจำเป็นที่จะต้องจบชีวิตลงเพราะ พราน จอมภูต

หลังเหตุการณ์ อำพล บวรกุล ประธาน Human Light Foundation เตรียมเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อมาที่รถเขาก็พบพรานรออยู่ พรานบอก วัง เฟย หลง ให้เตรียมมอบตัว อีกไม่กี่นาทีนี้ตำรวจจะมา แต่อำพลกลับปฏิเสธว่าเขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ วัง เฟย หลง พรานจึงเปิดคลิปที่แจ๊สมินถ่ายทิ้งไว้ให้เขาดู คำพูดของแจ๊สมินเป็นเครื่องรับรองว่า อำพลคือ วัง เฟย หลง ทีมคอมมานโดของเขาออกมาล้อมจับอำพล อำพลโกรธสุด ๆ ชักปืนจะยิงพราน แต่ทีมตำรวจที่รออยู่ไม่ปล่อยให้เขาทำแบบนั้น กระสุนหลายร้อยนัดสาดเข้าใส่อำพล ลงไปจมกองเลือด

หลังจบคดี เชิดวุธแต่งงานกับสนธยา ในงานเลี้ยงฉลอง ศรศิลป์ก็มาร่วมแสดงความยินดีด้วย เมื่อมีจังหวะ เชิดวุธก็พูดกับศรศิลป์แบบหยั่งเชิงว่า ในเมื่อพวกพรายดำถูกกำจัดจนสิ้นซากไปแล้ว ต่อจากนี้เขายังจะได้พบ พราน จอมภูต อีกหรือเปล่า คำตอบของศรศิลป์ก็คือ “ตราบใดที่อาชญากรทั้งหลายยังไม่หมดไป พราน จอมภูต ก็จะคอยตามหลอกหลอนคนชั่วพวกนั้นอย่างไม่มีวันเลิกรา”

Categories
หนังไทยไหม

อิทธิฤทธิ์กระบี่เซียนหยวน ภาคหมอกแห่งฮั่น (Xuanyuan Sword: Han Cloud)

ละคร "อิทธิฤทธิ์กระบี่เซียนหยวน ภาคหมอกแห่งฮั่น" (Xuanyuan Sword: Han Cloud) ดัดแปลงมาจากเกมอาร์พีจีชุด "กระบี่เซียนหยวน" ซึ่งพัฒนาโดย DOMO Studio ของค่ายเกมซอฟต์สตาร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ประเทศไต้หวัน เปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงวันที่ 19 ธันวาคม 2550

เกม

เนื้อหาในเกมมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นละคร โดยในเกมกล่าวถึงเหตุการณ์ยุคสามก๊ก (ปลายราชวงศ์ฮั่น) ที่มีการเปิดศึกเพื่อให้แย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างรัฐเว่ย [วุยก๊ก], สู่ [จ๊กก๊ก],  และ อู๋ [ง่อก๊ก] ทั้งยังหยิบยกตัวละครสำคัญและเหตุการณ์ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊กมาดัดแปลงเป็นเนื้อหาในเกมอีกด้วย เรื่องราวกล่าวถึง "จูเก่อเลี่ยง" [ขงเบ้ง] เสนาบดีรัฐสู่ซึ่งพยายามยกทัพบุกเหนือเพื่อให้พิชิตรัฐเว่ยหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ (รัฐเว่ยมีหน่วยทหารลับที่ชื่อ "ถงเชว่") ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ยอมถอดใจ เพราะต้องการทำความปรารถนาสุดท้ายของ "หลิวเป้ย" (เล่าปี่ – ผู้ก่อตั้งรัฐสู่) ในการฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นให้แปลงเป็นจริง กองกำลังลับที่มีชื่อว่า "เฟยอวี่" ของต้าฮั่น ซึ่งก่อตั้งโดย "จ้าวอวิ๋น" [จูล่ง] จึงต้องออกโรงร่วมรบกับจูเก่อเลี่ยงจนเกิดเป็นเรื่องราวต่างๆ อย่างมาก

หมายเหตุ: 

* "Xuanyuan Sword" หมายความว่า กระบี่ของเซวียนหยวน ("เซวียนหยวน" เป็นอีกชื่อหนึ่งของ "จักรพัตราธิราชเหลือง" (หวงตี้)) ส่วน "Han Cloud" หรือ "ฮั่นจืออวิ๋น" มาจากคำพูดของ "จ้าวอวิ๋น" (หรือ "จูล่ง" แห่ง "สามก๊ก") ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งทัพ "เฟยอวี่" ที่กล่าวว่าชื่อของตนและ "หวงฝู่เฉาอวิ๋น" (หรือ "เยียนเฝิง" – พระเอก) ต่างก็มีคำว่า "อวิ๋น" (แปลว่า เมฆ) เหมือนกัน และพวกตนยังเป็นกำลังหลักของต้าฮั่นด้วยกันทั้งคู่ (จ้าวอวิ๋นเป็นผู้ชุบเลี้ยงและอาจารย์ของพระเอกในเวอร์ชั่นเกม)

** ทัพ "เฟยอวี่" มาจากชื่อของพี่น้องร่วมสาบานและแม่ทัพรัฐสู่ "จางเฟย" [เตียวหุย]  กับ  "กวนอวี่" [กวนอู] แบ่งออกเป็นสองหน่วย คือ "หน่วยเฟย" และ "หน่วยอวี่" หน่วยเฟย ประกอบด้วย ตวนเหมิง (หัวหน้า), จู้หลี, ซางเหิง เจาหยาง และ ซ่างจาง ส่วน หน่วยอวี่ ประกอบด้วย เยียนเฝิง (ผู้นำสิบยอดขุนพลเฟยอวี่ และหัวหน้าหน่วยอวี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในร่างจุติของวิญญาณกระบี่เซวียนหยวน), โหยวจ้าว, เฉียงอู๋, ถูเหว่ย และเหิงอ้าย ทั้งสิบคนที่กล่าวมานี้เป็นสิบยอดนักรบของทัพเฟยอวี่ (ชั้นของแต่ละคนเรียงตาม "เทียนกาน" หรือ "10 ตัวอักษรภาคสวรรค์" ในแผนภูมิสวรรค์ ซึ่งใช้สำหรับการนับวันและปีแบบดั้งเดิมในโหราศาสตร์ของจีน ได้แก่ (เจี่ย) เยียนเฝิง, (อี่) ตวนเหมิง, (ปิ่ง) โหยวจ้าว, (ติง) เฉียงอู๋, (อู้) ถูเหว่ย,  (จี่) จู้หลี, (เกิง) ซางเหิง, (ซิน) เจาหยาง, (เหริน) เหิงอ้าย และ (กุ่ย) ซ่างจาง)

ละคร

เนื้อหาในละครกล่าวถึงเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ยุคโบราณ  หลัง "จักรพัตราธิราชเหลือง" ทรงปราบหมู่มารแล้วกระบี่คู่กายหักเป็นสองท่อนก่อนตกลงบนโลกมนุษย์ หลังจากนั้นราวสองพันปีซึ่งตรงกับปีสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก (ก่อนยุคสามก๊ก) พลังจิตวิญญาณในกระบี่ทั้งสองท่อนได้มาจุติในร่างมนุษย์โดยถือกำเนิดเป็นสองพี่น้อง "เฉาอวิ๋น" กับ "มู่อวิ๋น" โชคร้ายที่ทั้งคู่ต้องพลัดพรากจากกันตั้งแต่ยังเด็กขณะเกิดสงคราม เมื่อเวลาผ่านเลยไปเฉาอวิ๋นได้เปลี่ยนเป็นผู้นำสิบยอดขุนพลของทัพ "เฟยอวี่"  ส่วนมู่อวิ๋นเป็นหนึ่งในหกยอดความสามารถขององค์กรลับนามว่า "ถงเชว่"  (มู่อวิ๋นความสามารถสูงส่งเป็นชั้นหนึ่ง) 

สองพี่น้องได้พบและเผชิญหน้ากันเป็นนัดแรกรอบๆพรมแดนเชื่อมต่อระหว่างแคว้น "เหยาฮั่น" (ในเกมคือ "รัฐสู่") กับ "เซียวเยว่"  (ในเกมคือ "รัฐเว่ย") แต่ต่างข้างต่างไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของกันและกัน (เฉาอวิ๋นใช้นามแฝงว่า "เยียนเฝิง" ส่วนมู่อวิ๋นมีฉายาว่า "ไป๋อี" หรือชุดขาว) ด้วยความที่ทั้งสองแคว้นเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน สองพี่น้องซึ่งอยู่ต่างแคว้นจึงเป็นศัตรูคู่อาฆาตและเปิดศึกฟาดฟันกันบ่อยครั้ง โดยเฉาอวิ๋นมีภารกิจในการช่วยเสนาบดี  "กงหยางซั่ว" (ในเกมคือ "จูเก่อเลี่ยง" หรือ "ขงเบ้ง") ขยายแดนเหยาฮั่นขึ้นไปทางตอนเหนือ ส่วนมู่อวิ๋นทำงานให้ทัพ "ถงเชว่" ของแคว้นเซียวเยว่หมายทดแทนหนี้น้ำใจ เมื่อเฉาอวิ๋นล่วงรู้ความจริงว่ามู่อวิ๋นคือน้องชายที่พลัดพรากเขาจึงช่วยชีวิตมู่อวิ๋น หลังตระหนักว่าไฟสงครามทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ลำบากยากแค้น สองพี่น้องจึงตัดสินใจว่าจะคืนชีวิตที่สงบสุขให้ประชาชน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคโดยมีสาวน้อย "เยียย่าซี" แห่งเผ่า "ชางอู๋" (ในเกมคือ "รัฐอู๋") คอยช่วยเหลือ  

หมายเหตุ:

* "จักรพัตราธิราชเหลือง" (หวงตี้/เซวียนหยวน) เป็นหนึ่งใน "สามราชาห้าจักรพัตราธิราช" หรือกลุ่มผู้ปกครองบ้านเมืองจีนโบราณช่วงประมาณ 2852 ปีก่อนคริสตกาล ถึง 2070 ปีก่อนคริสตกาล โดยราชาทั้งสามเป็นกึ่งเทวะซึ่งใช้อำนาจสร้างสรรค์มนุษยชาติและถ่ายทอดความรู้ความชำนาญ ส่วนจักรพัตราธิราชทั้งห้าเป็นปรัชญาเมธีซึ่งทรงคุณธรรมล้ำเลิศ

เนื้อหาตอนที่ 1

ทางลำเลียงเสบียง "หลิวหม่าเยวียน"

เมื่อครั้งโบราณกาล "พระราชาธิราชเหลือง" ได้ปราบปรามเหล่ามารเป็นเหตุให้กระบี่คู่กาย  (กระบี่เซวียนหยวน) หักเป็นสองท่อน สองพันปีให้หลังพลังจิตวิญญาณในกระบี่ทั้งสองท่อนได้มาจุติเป็นสองพี่น้อง "เฉาอวิ๋น" กับ "มู่อวิ๋น" ซึ่งพลัดพรากจากกันตั้งแต่ยังเด็ก ในเวลาต่อมาแคว้น "เหยาฮั่น" กับ "เซียวเยว่" ได้เปิดศึกสงครามบ่อยครั้ง แต่การทำศึกที่ยืดเยื้อยาวนานทำให้เสบียงอาหารของทัพเหยาฮั่นซึ่งปักหลักอยู่บนเขาโยวซานเริ่มขาดแคลน เสนาบดี "กงหยางซั่ว" แห่งเหยาฮั่นจึงส่งคนไปเร่งสร้างทางลำเลียงลอยฟ้า "หลิวหม่าเยวียน" หมายลำเลียงเสบียงอาหารนับแสนกระสอบไปให้เหล่าทหารและม้าที่อยู่แนวหน้าโดยเร็วที่สุด 

หลังก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้นำทัพเฟยอวี่ "โตวเหวินสื่อ" (หรือ "ทูตโตวเหวิน" เรียกสั้นๆ ว่า "สื่อจวิน" (ท่านทูต) ในเกมคือทูตลิ้นทอง "เติ้งจือ" [เตงจี๋] แห่งสามก๊ก)  ซึ่งถูกเสนาบดีมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการคุ้มกันเสบียงนับแสนกระสอบ ได้มาตรวจดูความพร้อมก่อนลำเลียง ปรากฏว่า "หน่วยอวี่" ของ "เยียนเฝิง" (นามแฝงของเฉาอวิ๋น) เป็นกำลังหลักในการคุ้มกันหลิวหม่าเยวียนและการลำเลียงเสบียงทั้งหมด เมื่อ "เหิงอ้าย" รายงานแผนคุ้มกันให้โตวเหวินสื่อทราบโดยกล่าวว่า หน่วยอวี่ของตน (ซึ่งประกอบด้วย เยียนเฝิง (หัวหน้า), โหยวจ้าว, เฉียงอู๋, ถูเหว่ย และเหิงอ้าย) รวมทั้ง  "ซางเหิง" (หนึ่งในสิบยอดขุนพลเฟยอวี่ที่อยู่หน่วย "เฟิง") จะกระจายกำลังคุ้มกันตามจุดต่างๆ โดยมีเยียนเฝิงเป็นทัพหน้าคอยคุ้มกันทางลำเลียงหลัก โตวเหวินสื่อก็รู้สึกเบาใจ เขากล่าวว่าทัพต้องเดินด้วยท้อง หากขนส่งเสบียงไม่สำเร็จจะมีผลต่อแผนยกทัพบุกแดนเหนือของท่านเสนาบดี ในเมื่อคำสั่งของเสนาบดีเป็นบัญชาการทางทหาร หากภารกิจในการปกป้องเสบียงล้มเหลวตนจะรับผิดชอบด้วยการนำกฏอัยการศึกมาสำเร็จโทษตัวเอง เหิงอ้ายได้ยินดังนั้นก็แอบเป็นไม่ค่อยสบายใจเพราะสังหรณ์ใจว่าเส้นทางลำเลียงหลิวหม่าเยวียนอาจกลายเป็นเป้าโจมตีของศัตรู 

"มู่อวิ๋น" ถูกวิญญาณกระบี่ในกายเข้าครอบงำและเกือบฆ่า "จื่ออีจุนเจ่อ" (ชื่อที่เรียกอย่างยกย่อง) หรือ "จื่ออีซางรุ่ย" ("จื่ออี" คือฉายาแปลว่า "ชุดม่วง" ส่วน "ซางรุ่ย " คือชื่อจริง) ซึ่งมู่อวิ๋นนับถือเป็นพี่ชายและเป็นคนเดียวในโลกที่เขาไว้ใจ  พอรู้สึกตัวมู่อวิ๋นก็รีบขอโทษจื่ออี ที่เขาเป็นเช่นนี้เพราะสภาพจิตใจอ่อนแอเพราะว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของ "หลานอิน" (อดีตคนรัก) เขาสงสัยว่าจื่ออีจะช่วยชุบชีวิตหลานอินได้จริงหรือ จื่ออีให้คำมั่นว่าสักวันตนต้องพาหลานอินกลับมาหามู่อวิ๋นได้แน่แต่ขอเวลาอีกระยะ จากนั้นก็แจกแจงเป้าหมายที่มาหามู่อวิ๋นโดยออกตัวว่า ตนรู้ดีว่ามู่อวิ๋นไม่ชอบโลกที่มีแต่การรบราฆ่าฟัน ที่ผ่านมาตนจึงไม่เคยให้มู่อวิ๋นเผ่านามีส่วนร่วมในการทำศึก แต่คราวนี้สภาวะค่อนข้างคับขันเพราะทัพเฟยอวี่ของแคว้นเหยาฮั่นปรากฏตัวบนเขาโยวซาน เขาชี้ว่าสิบยอดขุนพลเฟยอวี่ล้วนมีความสามารถโดดเด่นและมักทำภารกิจลับให้เหยาฮั่นจนมีชื่อเป็นที่เลื่องลือ โดยเฉพาะเป็นอย่างมากผู้นำที่ชื่อเยียนเฝิงซึ่งมีความชำนาญ ฉลาดหลักแหลม และยากจะต่อกร ตนเลยจำต้องบากหน้ามาหามู่อวิ๋น มู่อวิ๋นได้ยินดังนั้นจึงยอมช่วยเหลือโดยไม่ลังเล และชี้ว่าตนไม่ได้ทำเพื่อให้แคว้นเซียวเยว่แต่ทำเพื่อให้พี่ชายอย่างจื่ออี

ขณะที่เยียนเฝิงกำลังยืนคุ้มกันการลำเลียงเสบียง อยู่ๆ ก็มีฝูงผีเสื้อพิษบินตรงมาที่หลิวหม่าเยวียนแบบมืดฟ้ามัวดิน เยียนเฝิงพยายามใช้ทวนวงเดือน "ฟางเทียนฮั่ว" ซึ่งเป็นอาวุธคู่กายปราบผีเสื้อพิษ แต่ผีเสื้อที่สองยอดความสามารถถงเชว่แห่งแคว้นเซียวเยว่  "หวงอีก่วนซื่อ" (หวงอี แปลว่า ชุดเหลือง) กับ "ชิงอีจิ่วโยว" (ชิงอี แปลว่า ชุดเขียว) ส่งมานั้นมีปริมาณมหาศาล ทั้งยังบุกโจมตีเหล่าทหารและคนงานที่กำลังขนเสบียงจนบาดเจ็บกันถ้วนหน้า "โหยวจ้าว" กับ "ถูเหว่ย" เห็นดังนั้นจึงร้องบอกทหารให้ช่วยกันปกป้องเสบียง เมื่อเยียนเฝิงสั่งให้ตั้งค่ายกล ซางเหิงซึ่งเชี่ยวชาญด้านเวทมนต์และการตั้งค่ายกลจึงออกโรงทันที

"อูอีหานหลง" (อูอี แปลว่า ชุดดำ) ฉวยโอกาสนำกำลังบุกโจมตีเหล่าทหารเหยาฮั่นที่กำลังถูกผีเสื้อพิษเล่นงาน "เฉียงอู๋" ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการยิงธนูระยะไกลเห็นดังนั้นจึงยิงธนูสยบมาร (ฝูโหมว) ตอบโต้  มู่อวิ๋นตรงเข้าเล่นงานเยียนเฝิงโดยดึงพลังกระบี่เซวียนหยวนในตัวมาใช้ เยียนเฝิงนึกไม่ถึงว่าถงเชว่จะมียอดความสามารถที่เก่งกาจอย่างมู่อวิ๋น (เขาเรียกมู่อวิ๋นว่า  "ไป๋อี" ซึ่งแปลว่า ชุดขาว)  โหยวจ้าวและถูเหว่ยช่วยกันรับมือหวงอี (ชุดเหลือง) กับ ชิงอี (ชุดเขียว) เหิงอ้ายเห็นซางเหิงกำลังเผชิญหน้ากับ "ชื่ออีชิ่งเอ๋อร์" (ชื่ออี แปลว่า ชุดแดง) จึงอาสารับมือแทน โดยบอกให้ซางเหิงไปคุ้มกันโตวเหวินสื่อ ที่แท้คุณกับชื่ออี (ชื่อจริง "ชิ่งเอ๋อร์") เป็นพี่น้องที่พลัดพรากจากกันมานาน (ความจริงแล้วทั้งคู่เป็นเทพธิดาที่ถูกส่งมาตามหากระบี่เซวียนหยวนหมายรวมวิญญาณกระบี่เป็นหนึ่ง) แต่ตอนนี้ต่างข้างต่างทำงานให้แคว้นที่เป็นศัตรูกัน แม้จะรู้สึกเป็นห่วงเมื่อเห็นสัญลักษณ์ปรากฏที่แขนของน้องสาว แต่เหิงอ้ายกลับแกล้งทำเป็นจำชิ่งเอ๋อร์ไม่ได้ทำให้ชิ่งเอ๋อร์รู้สึกเสียใจ

Categories
หนังไทยไหม

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 17

เฮรอนผ่าตัดให้มองชงโดยมีโดยังเป็นผู้ช่วย การผ่าตัดสำเร็จไปด้วยดี ทำให้ผู้เรียนแพทย์ชื่นชมเฮรอนและดูแคลนหมออัลเลนที่วินิจฉัยโรคผิด

ซ๊อกรันเอาหูฟังสำหรับแพทย์มาให้ฮวางจองกลางดึก

“นี่มันหูฟังของหมอ ไม่ใช่เหรอครับ”

“ท่านกำลังจะเปลี่ยนจากนักศึกษาไปเป็นแพทย์จริง ๆ แล้วนี่นา ข้าคิดว่าท่านจำเป็นต้องใช้” ซ๊อกรันบอก แต่ฮวางจองไม่กล้ารับ “โอย..ของมีค่าอย่างงี้” แต่ซ๊อกรันคะยั้นคะยอให้รับ “ท่านคู่ควรแล้ว ท่านเหมาะที่จะรับมันไว้ เพราะท่าน.. สมควรจะได้รับมันไว้ พอเป็นแพทย์ฝึกหัด ตั้งมั่นใช้มันให้ดีล่ะ”

“ขอบคุณมากเลยครับ”

“ข้าคงต้องกลับแล้วล่ะ”

ซ๊อกรันขอตัวกลับบ้าน ฮวางจองจึงขอเดินไปส่ง

“ท่านยังจำได้มั้ย? เมื่อก่อนท่านก็เคยเดินมาส่งข้า ตอนกลับมาจากบ้านใต้เท้ามกไงล่ะ” ซ๊อกรันชวนคุยระหว่างเดิน

“ตอนปฏิวัติ แล้วใต้เท้ามินถูกคนรังควานในครั้งนั้นเหรอครับ”

“นี่เป็นทางที่เราเดินตอนนั้น”

“แถมตอนนั้น คุณหนูยังได้เล่าเรื่องนึงให้ข้าฟังด้วยนะ คุณหนูจำได้มั้ย?”

“หืม? ชาวตะวันตกที่ตัดผมโกนหนวดให้คนอื่น เค้าเรียกคนพวกนี้ว่าช่างตัดผมน่ะ มีดที่คนพวกนี้ใช้โกนหนวด ก็กลายมาเป็นที่มาของมีดผ่าตัดที่แพทย์ตะวันตกใช้กันในทุกวันนี้น่ะ”

“แบบงี้ก็หมายความว่า ชนชั้นต่ำก็สามารถเป็นหมอได้น่ะสิ” ฮวางจองโพล่งขึ้นน้ำเสียงดีใจ

“ใช่ เพราะว่าใช้มีดโกนจนชำนาญถึงทำได้ ถ้าเทียบกับชาวโชซอนแล้ว..คงเปรียบได้กับคนฆ่าสัตว์” ซ๊อกรันหยั่งเชิง

“คนฆ่าสัตว์?” ฮวางจองรำพึง

“ก็คนฆ่าสัตว์ชำนาญในการใช้มีดนี่ แถมยังทำรองเท้าหนังได้ด้วย ความสามารถการเย็บก็คงชำนาญเหมือนกัน ใช้มีดผ่าแล้ว และจากนั้นก็ใช้เข็มเย็บ เหมือนเปี๊ยบเลย”

ฮวางรีบจำกลบเกลื่อน “แหะ นั่นสินะ ฟัง ๆ ดูก็มี..เหตุผลนะ ฮ่า ๆ ๆ เหมือนเปี๊ยบเลย ฮ่า ๆ ๆ”

“น่าสนใจเนอะ”

“ใช่ น่าสนใจ แล้วหลังจากนั้นก็วิเศษด้วย เริ่มมาจากชนชั้นต่ำเหรอ?”

“เรื่องเล่าเรื่องนั้นของคุณหนูเปลี่ยนชีวิตข้าโดยสิ้นเชิง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว รีบเข้าบ้านเถอะครับ” ฮวางจองเมื่อเดินมาถึงบ้านซ๊อกรัน

“ท่านเคย..เช็กแฮนด์รึเปล่าคะ?”

“เคยจับมือกับหมออัลเลนครับ”

“ข้าเองก็เคยจับมือกับหมออัลเลนเหมือนกัน” ซ๊อกรันส่งมือให้ฮวางจองจับ นึกถึงตอนที่คุณป่วยหนัก และฮวางจองกุมมือคุณพร้อมกับยอมรับสารภาพความในใจรวมไปถึงเรื่องที่เขาคือ โชกึนแกพวกฆ่าสัตว์ แต่ปลอมตัวจนสามารถเข้าเป็นผู้เรียนแพทย์ได้ คืนนั้นฮวางจองนอนไม่หลับนึกถึงแต่ซ๊อกรัน

หมออัลเลนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยทูต ซึ่งพระเจ้าโกจงจะไปตั้งสถานทูตโชซอนที่อเมริกา และให้เฮรอนมาเป็น ผอ.เจจุงวอนแทน ทำให้มีข่าวว่าหมออัลเลนถูกปลด

“โชซอนทำสัญญากับอเมริกา ทำให้ทั้งสองเป็นมิตรประเทศกันมาตลอด ถึงวันนี้ก็ 5 ปีแล้วสิ ข้าได้แต่งตั้งให้ใต้เท้ามินยองอิกเป็นผู้นำคณะทูตไปอเมริกาพร้อมกับทหารราบส่วนนึง หมออัลเลนรู้เรื่องใช่มั้ย?”

“พ่ะย่ะค่ะ สำหรับเรื่องนี้กระหม่อมได้รับทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“เพื่อให้จะให้ความเกี่ยวเนื่องของทั้งสองประเทศพัฒนามากขึ้นไปอีกขั้น ข้าจะตั้งสถานทูตที่อเมริกา และส่งรองเจ้ากรมราชทัณฑ์ให้เดินทางไปเป็นทูตประจำที่สหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุนี้ข้าจึงจะส่งหมออัลเลนคนที่เชี่ยวชาญประเพณีและภาษาของโชซอน ให้เป็นผู้ช่วยในการเดินทางไปอเมริกาในคราวนี้ เพื่อให้ให้ความช่วยเหลือกับท่านทูตคนใหม่ ท่านคงไม่ปฏิเสธนะ”

“พ่ะย่ะค่ะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ท่านชื่อเฮรอนใช่รึเปล่า?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“ข้าแต่งตั้งให้คุณมาเป็นผู้ให้การคนใหม่ของเจจุงวอนแทน”

“พ่ะย่ะค่ะ เป็นพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะ”

พอรู้ว่าเฮรอนได้เป็น ผอ.เจจุงวอน คูฮอน ผู้จัดการโอ และโดยังดีใจมากเพราะจะได้กำจัดฮวางจองได้ง่ายขึ้น เหตุเพราะที่ผ่านมาหมออัลเลนให้ท้ายฮวางจองมาตลอด

“แต่ในเมื่อเจ้าเดินมาบนทางของการเป็นหมอ อย่าว่าแต่ตำแหน่ง ผอ.เจจุงวอนเลย สักวันเจ้าอาจได้เป็นหมอหลวงก็ได้ หึ แล้วถ้าได้เป็นหมอหลวง ก็เท่ากับขุนนางระดับสามเชียว” คูฮอน บอกโดยัง “เป็นขุนนางระดับสาม มีศักดิ์เท่ากับราชเลขา หรือว่าหัวหน้าสำนักการศึกษาหลวงเลย ผู้จัดการโอยังไม่เคยได้เลย” คูฮอนหัวเราะเสียงดัง

ฮวางจองเสียใจมากที่หมออัลเลนจำเป็นจะต้องจากไป หมออัลเลนการันตีว่าจะติดต่อฮวางจองบ่อย ๆ พร้อมกับได้มอบบันทึกทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่เขาเรียนและเขียนไว้ให้ฮวางจองเป็นที่ระลึกด้วย

“นี่เป็นบันทึกทางการแพทย์ ตอนผมอยู่เจจุงวอน ผมเขียนตั้งแต่การรักษาขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงบันทึก บทความจากนิตยสารการแพทย์ รวมทั้งแลนเซ็ท ผมบันทึกเอาไว้ เพื่อให้เป็นคู่มือระหว่างที่ผมรักษาคนไข้ ผมอยากยกมันให้กับคุณน่ะ”

หลังจากหมออัลเลนเดินทางไปกับคณะทูต เฮรอนก็ขึ้นบริหารเจจุงวอนสุดกำลัง โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง พร้อมกับเรียกประชุมทุกคน

“สิ่งที่ผมจะพูดมีแค่เรื่องเดียว และเรื่องนั้นก็คือ การอุทิศตน ทุกคนที่นี่ต้องมีจิตใจที่พร้อมอุทิศตนเพื่อให้คนไข้ได้เสมอ ถ้าใครก็ตามที่ยังไม่พร้อมที่จะยอมอุทิศตัวเองเพื่อให้คนไข้ละก็ ขอให้ออกไปจากที่นี่ด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น ผมอาจจะไล่ออกไปเอง”

เฮรอนกำลังพูดอยู่ ฮวางจองซึ่งพึ่งจะไปส่งหมออัลเลนก็เดินเผ่านา “นี่เป็นการเรียกประชุมนัดแรกของผอ.คนใหม่ พวกคุณไปไหนกันมา?”

“ต้องขอโทษด้วยครับ คือพวกข้าไปส่ง ผอ.อัลเลนมาครับ” ฮวางจองบอก

“มันสำคัญขนาดนั้นเชียวเหรอ ถ้าเทียบกับการสัมมนาน่ะ” เฮรอนตำหนิตรง ๆ

“ต่อไปเราจะระวังครับ”

“ต่อไปนี้ นักศึกษาแพทย์ทุกคนจำเป็นต้องผลัดเปลี่ยนกันอยู่เวร เพราะคนไข้ป่วยตอนไหน หรือว่าป่วยเป็นอะไร ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า อีกอย่าง คนไข้จะมารักษาที่นี่เมื่อไหร่ ก็ไม่มีใครรู้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา” เฮรอนประกาศ

ฮวางจองดูเร่งรีบเมื่อโกมาเข้าเวรแทนเขา ฮวางของบอกว่าเขาต้องไปที่แห่งหนึ่งและวิตกกังวลว่าจึงควรบอกเฮรอน เพราะเฮรอนสั่งว่าหากไปไหนต้องบอก โกเดาว่าฮวางจองคงนัดกับซ๊อกรันจึงดักคอล้อ ๆ

“ก็แค่บอกว่าไปบ้านเพื่อให้นก็หมดเรื่อง เฮ้อ เป็นแบบงี้แล้ว จะไปคบกับซ๊อกรันได้ยังไงกัน”

“ไม่ ไม่ใช่นะ ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย” 

ฮวางจองรีบปฏิเสธ เพราะไม่อยากให้ซ๊อกรันเสียหาย

“ไม่ใช่ก็แล้วไป รีบไปเร็วเข้าเถอะ”

“ขอบใจเจ้ามาก เอ่อ งั้นข้าไปละ”

“ไม่ต้องขอบใจ อย่าลืมเชิญข้าไปงานแต่งก็แล้วกัน”

“บอกแล้วว่าไม่ใช่เรื่องนั้น” ฮวางจองพยายามปฏิเสธ แต่โกไม่เชื่อ

ซ๊อกรันนึกถึงหมออัลเลนจึงนัดฮวางจองมาพบและเอาพลุที่หมออัลเลนเคยให้ไว้เป็นของขวัญมาจุด

“พอจุดไฟก็จะมีดาวเต็มท้องฟ้าไปหมดน่ะ”

“แหม..คุณหนูโกหกผ่านั้ง?”

“จริง ๆ นะ นักศึกษาฮวางท่านอาจไม่รู้ว่า เพราะไอ้เจ้าพลุนี่แหละที่ทำให้ผ่านีโอกาสได้พบและได้รู้จักกับท่านน่ะ”

“อ้อ ถ้างั้นมันก็คือ พลุที่ช่วยชีวิตข้าด้วยใช่รึเปล่า?”

“ใช่ วันนั้นข้าสะดุ้งจนลืมเก็บกลับมา พอวันรุ่งขึ้นมักเซงก็ไปเก็บมาให้”

“เอ่อ แต่ ทำไมถึงนำมา..”

“วันนี้ตอนที่ไปส่งแพทย์อัลเลน จู่ ๆ ข้าก็นึกขึ้นมาได้ว่า ข้ารู้สึกต้องการจะดูดอกไม้ไฟกับนักศึกษาฮวางน่ะ คือข้ารู้สึกเหมือนว่าที่มันถูกจุดไม่หมด เพื่อให้รอจุดให้เราได้ดูมันพร้อมกัน อธิษฐานเร็วเข้า”

ซ๊อกรันให้ฮวางจองอธิษฐานเมื่อจุดพลุ “ว้าว สวยจังเลย ขอโทษทีนะ”

“พื้นเย็นมากนะครับ” ฮวางจองบอก

“ก็นั่นน่ะสิ”

“คุณหนู อยากจับมือมั้ย?” ฮวางจองถามเขิน ๆ ซ๊อกรันยื่นมือให้จับ “เมื่อกี้ อธิษฐานอะไรเหรอ?”

“แฮะ ๆ ตอนพลุลูกแรกพุ่งไป เพราะกำลังตกอกตกใจ เลยไม่ทันอธิษฐาน แต่..ตอนพลุลูกที่สอง ตั้งตัวทันแล้ว..เลยได้อธิษฐาน”

“แล้วอธิษฐานว่าอะไรล่ะ ท่านบอกผ่านาเถอะ แล้วข้าจะบอกว่าอธิษฐานอะไร” ซ๊อกรันอยากรู้

“ข้าเคยมีบางสิ่งบางอย่างที่จะบอกคุณหนูใช่มั้ยครับ? ข้าอธิษฐาน ขอให้เรื่องนั้นจงเป็นความลับตลอดไป ไม่รู้ว่าการอธิษฐานอย่างนี้ โลภเกินไปรึเปล่า?” ฮวางจองถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

“ไม่หรอกค่ะ เพราะข้าเองก็..อธิษฐานอย่างนั้นเหมือนกัน”

คำพูดของซ๊อกรันทำให้ฮวางจองตะลึง เพราะเหมือนกับว่าซ๊อกรันรู้เรื่องของเขาทุกอย่าง

วาตานาเบ้มาดูลาดเลาที่เจจุงวอน พยาบาล ซูซูกิจำฮวางจองได้จึงบอกวาตานาเบ้ว่าเด็กนักเรียนแพทย์คนหนึ่งคือคนฆ่าสัตว์

เจจุงวอนต้องรักษาทหารของต้าชิงที่บาดเจ็บจากการสู้รบ ทำให้ยาฆ่าเชื้อหมด

“ท่านพ่อบอกว่า ยาที่ทางเราได้สั่งจองเอาไว้ กว่าจะมาถึงอย่างน้อยก็ประมาณ 15 วัน” ซ๊อกรันบอก

“ควรจะมีการคำนวณสต๊อกยาเอาไว้ เพื่อให้จะได้สั่งจองไว้ก่อนล่วงหน้า แล้วผู้จัดการทำอะไรกันอยู่?” เฮรอนถามเสียงเฉียบ

“แฮ่ม ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาหาคนรับผิดชอบ ท่าน ผอ. ทางต้าชิงมี..ความเกี่ยวพันอันดีกับพระมเหสีมาก ถ้าหากเราส่งกลับไปโดยไม่รักษา ถ้ามีการคาดโทษไม่รู้ว่าเจจุงวอนจะเป็นไง ไม่ว่ายังไงก็ต้องรักษาพวกเค้าก่อน”

“ข้า.. คิดว่าพอจะมีวิธีอยู่บ้าง คือว่าดอกเตอร์อัลเลน” พอฮวางจองเอ่ยชื่อหมออัลเลน ทำให้เฮรอนแปลกใจ

“ครับ..ท่านเคยเขียนในบันทึกไว้ว่า ในสภาวะแบบงี้ควรจะรับมือยังไง ท่านอ่านเจอจากนิตรสารแลนเซ็ท เอ่อ มีนายแพทย์อังกฤษ เจอคนเจ็บแอฟริกัน พอกไปด้วยดินโคลนแล้วเป็นตอนๆเวลาที่ยาใช้หมดแล้ว แพทย์คนนั้นเลยใช้ดินรักษาแผลคนเจ็บ”

“เหอะ ๆ ใช้ดินรักษาเหรอ เจ้าพูดบ้าอะไรเนี่ย หะ จะให้เราเอาดินพอกแผล รักษาทหารต้าชิงรึไง เจ้าอยากเห็นจุดจบของเจจุงวอนเรอะ? หะ?”

“ถึงจะเป็นวิธีที่เขียนอยู่ในแลนเซ็ท แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่ดี” โดยังพยายามหักหน้าฮวางจอง

“ไม่หรอก ผมเคยทำยาฆ่าเชื้อที่อเมริกา ดินก็เป็นส่วนผสมตัวนึงในยาของผมด้วย วิธีการรักษาแผลด้วยดิน ก็ดูมีเหตุผล” เฮรอนเห็นด้วย

“แต่ถึงมันจะเป็นดิน ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ดินได้ทุกอย่างนี่ครับ เราไม่มีทางรู้ว่าดินอย่างไหน ที่ใช้แล้วจะได้ผลในทางรักษา” โดยังพยายามแก้

“ใช้ดินเหลืองก็ได้ครับ มีครั้งนึงข้าเคยเห็นหมอสัตว์ เอาดินเหลืองพอกลงบนตัว ของวัวที่กำลังบาดเจ็บอยู่ครับ มีหลายแบบ ดินเหลืองเหนียว หรือว่าดินภูเขา แต่ข้าได้ยินมาว่า ดินเหลืองทองแดง ใช้ได้ผลในทางรักษาที่สุด ข้าว่า เราควรไปถามหมอรักษาสัตว์ ว่าเราจะไปหาดินเหลืองทองแดงได้จากที่ไหน”

“เหอะ ๆ พูดอะไร หมอสัตว์อย่างนั้นเหรอ นี่เจ้ากำลังแนะนำให้พวกข้าใช้ดิน ที่มีไว้สำหรับรักษาสัตว์มาใช้รักษาคนเนี่ยนะ หะ?” ผู้จัดการโอแย้ง

“เฮ้อ ๆ ๆ ท่าน ผอ. ข้ารู้สึกอายจังที่มาตรฐานของนักศึกษาเจจุงวอนต่ำอย่างนี้ ฮะ ๆ ๆ” คูฮอนหัวเราะเยาะฮวางจอง ผู้จัดการโอก็ผสมโรงด้วย

“ให้ข้าไปลองดูก่อนเถอะ ข้าจะลองไปที่สถานทูตญี่ปุ่น ข้าคิดว่าน่าจะขอยาจากพวกเค้ากลับมาได้” โดยังเสนอ

“นั่นน่ะสิ ถ้านักศึกษาเบ๊กไป พวกเค้าคงต้องรีบให้มาแน่ ๆ” คูฮอนยกยอหลานชายตนเอง

“หมอวาตานาเบ้เพิ่งจะจะมาที่นี่ เค้าเห็นสภาวะแล้ว คิดว่าน่าจะยอมช่วย”

เฮรอนมอบหมายให้โดยังไปขอยาฆ่าเชื้อจากวาตานาเบ้ ทำให้คูฮอน และผู้จัดการโอหัวเราะเยาะฮวางจอง แต่ทั้งคู่ก็หน้าเสียเฮรอนเอ่ยขึ้น

“ไม่ใช่อย่างนั้น เพื่อให้ป้องกันเอาไว้ก่อน นักศึกษาฮวางไปหาดินเหลืองมา”

ฮวางจองยิ้มออกมาและรับคำ “ได้ครับ ได้ครับท่านผอ.”

ฮวางจอง ชักแทไปตามหาดินเหลือง โดยซ๊อกรันไปช่วยหาด้วย ขณะที่โดยังไปพบวาตานาเบ้เพื่อให้ขอยาฆ่าเชื้อ แต่วาตานาเบ้ไม่ให้โดยบอกว่ายาของเขาก็เหลือเพียงลอตสุดท้ายแล้วเช่นกัน โดยังกลับมาบอกเฮรอนและบอกว่าจะไปขอยาจากโรงพยาบาลที่แจมัลโป คูฮอนพูดเยาะ ๆ ต่อหน้าเฮรอนว่าโดยังทุ่มเทเพื่อให้เจจุงวอน แต่ฮวางจองไม่รู้ว่าหายไปไหน ทันใดนั้นฮวางจองก็กลับมาพร้อมกับดินเหลือง

เจจุงวอนเอาดินเหลืองไปรักษาทหารต้าชิง คนป่วยเห็นเป็นดินก็สงสัย “มันดินไม่ใช่เหรอ?”

“เอ่อ ท่านพูดอะไรดินอะไรกันครับ ยาตัวนี้เป็นยาที่ทำขึ้นเพื่อให้รักษาให้ทหารของท่าน มันถูกทำขึ้นมาโดยเฉพาะเลยนะครับ”

“ช่วยบอกหน่อยว่ามันชื่อยาอะไร”

ผู้จัดการโอถึงกับใบ้กิน บอกไม่พูด “เอ่อ..คือว่า..” ฮวางจองเลยพูดแทรกขึ้น “เทราเฟอร์ม่าครับ ดอกเตอร์อัลเลนเคยเรียกมันว่าแบบงี้ครับ”

เฮรอนเสริมขึ้น “มันเรียกว่าเทราเฟอร์ม่า น่ะ ยานี้จะช่วยในการฆ่าเชื้อ และทำให้หนองที่แผลแห้ง นักศึกษาฮวาง คุณหายาเทราเฟอร์ม่าได้ ต้องขอบคุณคุณมาก” เฮรอนหันมาพูดกับฮวางจอง ฮวางจองยิ้ม ซ๊อกรันกระซิบแซวฮวางจอง “ว่าแล้วว่าเค้าต้องชมท่าน”

เฮรอนคิดจะหาคนมาช่วยเขาทำงาน

“ผมมาได้หนึ่งสัปดาห์เศษ คิดว่าพอจะรู้สภาพการณ์ดีแล้ว ดังนั้นผมจึงอยากคัดเลือกผู้ช่วยหนึ่งคน มาช่วยรักษาคนไข้ โดยสามารถเป็นตัวแทนของพวกนักศึกษาแพทย์ ในการมาช่วยผมรักษาและช่วยดูแลผู้ป่วย ในมือ..ผมมีคะแนนของเด็กนักเรียนที่หมออัลเลนเคยบันทึกเอาไว้”

เฮรอนพูดต่อ “ในนี้มีบันทึกเหตุผลที่ทุกคนอยากเป็นหมอ รวมทั้งคะแนนประเมินด้านต่าง ๆ อยู่ด้วย ผมจะคัดเลือกผู้ช่วยมาหนึ่งคน โดยอาศัยบันทึกนี้รวมทั้งจากที่ผมเฝ้าสังเกตมาหลายวัน”

เฮรอนพูดยังไม่ทันจบ พอน ฮัน และโก ต่างก็มั่นใจว่าฮวางจองควรต้องได้รับเลือก เฮรอนกำลังพิจารณาเลือกผู้ช่วย โดยใช้ข้อมูลจากบันทึกของหมออัลเลนมาร่วมพิจารณา โดยังอยากได้ตำแหน่งจึงไปขอเฮรอนและเสนอตัวขอเป็นผู้ช่วย

“ผมจะเป็นคนเลือกผู้ช่วยเอง” เฮรอนบอก

“ข้าหมายความว่าข้าอยากเป็น ข้าจะทำอย่างเต็มกำลัง” โดยังกล่าวอย่างมั่นใจ

“แต่ผมไม่ได้ตั้งอกตั้งใจจะให้นักศึกษาเบ๊กเป็นผู้ช่วยผม” เฮรอนพูดตรง ๆ

“เอ่อ โปรดรอสักครู่ ข้ารู้ว่าหมออัลเลนมีอคติกับข้า เค้าไม่มีทางให้คะแนนข้าดีแน่ อ่านคะแนนของหมออัลเลนแล้วอาจเข้าใจผิด..” โดยังพยายามหาเหตุผล

“ไม่ใช่อย่างนั้น หมออัลเลนให้คะแนนคุณไว้สูงมาก แต่คะแนนที่ผมให้ต่างจากเค้า” เฮรอนบอก

“หมายความว่ายังไง?”

“นักศึกษาเบ๊กเป็นชนชั้นสูง เป็นสายเลือดตระกูลสูง คนอย่างงี้ไม่มีทางอุทิศตัวเองเพื่อให้คนไข้และเพื่อให้นร่วมงาน ผมเองก็เฝ้าสังเกตคุณมาหลายวันแล้ว คุณมีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าคนอื่นหลายอย่าง แต่คุณชอบยืน..อยู่เหนือเพื่อให้นเด็กนักเรียน และอยู่เหนือคนไข้เสมอ นักศึกษาแพทย์เช่นนี้ หากได้เป็นผู้ช่วยแพทย์ ผู้เรียนคนอื่นและคนไข้คงจะรู้สึกเหนื่อย”

โดยังไม่ละความพยายาม “ข้าจะลองเปลี่ยนตัวเอง”

“คุณเติบโตมาในตระกูลชนชั้นสูง คนแบบคุณไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ๆ หรอกครับ”

“ข้าจะเปลี่ยนให้ได้ ให้เวลาข้าอีกหน่อยเถอะ ข้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนทีละนิดเอง”

“ทำไมผมควรต้องรอจนกว่าคุณจะเปลี่ยนตัวเองด้วยล่ะ บ่ายวันพรุ่งนี้ผมจะเริ่มรักษาคนไข้ และตอนนั้น ผมก็ต้องการผู้ช่วยในการรักษาคนไข้ของผมแล้ว” เฮรอนพูดดับความหวังของโดยังทันที